สมัครสโบเบท ปารีสบดลีลล์2-1ชนะ12นัดติดในลีก

สมัครสโบเบท

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยังคงเหนือชั้นกับการลงเล่นในลีก เอิง ฝรั่งเศสเมื่อเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ 12 ติดต่อกันหลังเปิดบ้านทุบลีลล์ 2-1

สมัครสโบเบท เปแอสเช เรียก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง แต่ เอดินสัน คาวานี่ ไม่มีชื่อแม้กระทั่งสำรอง ส่วนลีลล์นำมาโดย นิโกลัส เปเป้ แนวรุกตัวเก่งที่หลายทีมยุโรปสนใจ

เริ่มเกมมาช่วงแรก ลีลล์ สู้กับ เปแอสเช ได้อย่างดีและไม่เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นมากนัก แถมได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ นิโกลัส เปเป้ ได้แตะหนีแนวรับเปแอสเชก่อนตะบันด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ ทว่าวางเท้าไม่ดี บอลปลิ้นออกหลังไปอย่างเสียของ

นาที 38 เปแอสเชหวิดได้ประตูนำเมื่อได้ฟรีคิกเยื้องไปทางขวาของเขตโทษ เนย์มาร์ ลักไก่ยิงส่งบอลเกือบข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่ ไมค์ เมญ็อง พุ่งเซฟออกหลังหวุดหวิด

จากจังหวะเตะมุม อังเคล ดิ มาเรีย เกือบเล่นงาน เมญ็อง จนได้เมื่อปั่นโค้งจนบอลเปลี่ยนทางเกือบเข้าตาข่าย ยังดีที่ เมญ็อง ผวาปัดได้หวุดหวิดก่อนบอลชนเสาและถูกเคลียร์ทิ้งออกไป

ครึ่งหลังนาที 70 เปแอสเชได้ประตูนำอย่างที่ต้องการจากจังหวะที่ เนย์มาร์ แทงบอลไปติดกองหลังทีมเยือนแต่กลายเป็นตั้งให้ เอ็มบั๊ปเป้ ได้ปั่นด้วยขวาจากหน้าเขตโทษส่งบอลเสียบเสาไกลสุดสวย

ปารีส มาได้ประตูนำ 2-0 ในนาที 84 เนย์มาร์ ทำชิ่งกับ เอ็มบั๊ปเป้ ก่อนซัดด้วยขวาหน้าเขตโทษ บอลแฉลบผู้เล่นลีลล์เล็กน้อยก่อนพุ่งเข้าประตู

ช่วงทดเจ็บ ลีลล์ มาได้จุดโทษในจังหวะที่ ธีโล เคห์เรอร์ ทำแฮนด์บอลก่อนเป็น เปเป้ รับหน้าที่ซัดด้วยซ้ายผ่านมือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน เข้าไป ทำให้จบเกม เปแอสเช ชนะ ลีลล์ 2-1 พร้อมทำสถิติชนะรวด 12 นัดในลีก

พนันบอลออนไลน์ เลี่ยนสุดแสบเชือดโปแลนด์ทดเจ็บ1-0

พนันบอลออนไลน์

อิตาลี เก็บชัยชนะสุดสำคัยได้แบบบีบหัวใจเมื่อบุกเฉือนโปแลนด์ 1-0 จากประตูในช่วงทดเวลาเจ็บของ คริสเตียโน่ บิรากี

ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

ลีก เอ กลุ่ม 3

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2561

โปแลนด์ 0 – อิตาลี 1

สนาม : ซิเลเซียน สเตเดี้ยม

พนันบอลออนไลน์ ทีมชาติโปแลนด์ ส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จับคู่กับ อาร์คาดิอุส มิลิค ในแดนหน้า ขณะที่ คริสตอฟ พิออนเต็ค หัวหอกฟอร์มแรงเป็นเพียงสำรอง ส่วนอิตาลีใช้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เฟเดริโก้ เคียซ่า และ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ เป็น 3 ประสานแนวรุก

เริ่มเกมมานาทีแรก อิตาลีได้ลุ้นก่อน ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ทำทางให้ จอร์จินโญ่ ซัดเท้าขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลผ่านมือ วอยเซียค เชสนี่ ไปแล้วแต่ชนคานอย่างจัง

นาที 23 อิตาลี ได้โอกาสอีกครั้ง เฟเดริโก้ เคียซ่า ผ่านบอลจากกรอบเขตโทษฝั่งขวาไปให้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ซัดเท้าซ้าย แต่บอลไม่เข้ากรอบ

โปแลนด์ หาโอกาสได้บ้างในอีก 10 นาทีถัดมา อาร์คาดิอุส มิลิค ดาวยิงจากนาโปลีได้ซัดในเขตโทษ แต่มีแนวรับอิตาลีเข้าบล็อกทัน

ก่อนจบครึ่งทางแรกนาทีเดียว อินซินเย่ เปิดไปเข้าทาง อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ แบ็กขวาที่ขึ้นมาเติมเกมรุกหวดด้วยขวาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่ เชสนี่ ป้องกันได้เยี่ยม จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

กลับมาลุยต่อในครึ่งหลัง โปแลนด์ ได้ลุ้นก่อนในนาที 57 ปิโอเตร เซียลินสกี้ ผ่านบอลไปให้ คามิล โกรซิคกี้ ยิงเท้าขวาในกรอบเขตโทษ แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยังไวใช้เท้าเซฟช่วยอิตาลีเอาไว้

นาที 65 อิตาลีส่งบอลตุงตาข่ายจากลูกยิงเผาขนของ เฟเดริโก้ เคียซ่า แต่ ดาเมียร์ สโคมิน่า ผู้ตัดสินชาวสโลวีเนีย ไม่ให้ได้ประตูเนื่องจาก ลอเรนโซ่ อินซินเย่ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า

โปแลนด์ อาศัยจังหวะโต้กลับจนเกือบได้ประตูในนาที 73 โกรซิคกี้ ตะบันเท้าขวาระยะ 20 หลา แต่ ดอนนารุมม่า ยังเยี่ยม ป้องกันได้อีกครั้ง

เกมทำท่าว่าจะไร้สกอร์อยู่แล้ว แต่ช่วงทดเจ็บ อิตาลี มาได้ประตูชัยจนได้จากจังหวะเตะมุมที่ เควิน ลาซานย่า โหม่งเช็ดเสาแรก บอลเลยไปถึงเสาสอง คริสเตียโน่ บิรากี กองหลังจากฟิออเรนติน่าเข้าชาร์จจ่อๆ ส่งบอลตุงตาข่าย ทำให้จบเกม อิตาลี บุกชนะ โปแลนด์ หวุดหวิด 1-0

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

โปแลนด์ : วอยเซียค เชสนี่ – บาร์ตอสซ์ เบเรสซีนสกี้, คามิล กลิค, ยาน เบดนาเร็ค, อาร์คาดิอุสซ์ เรก้า – ดาเมียน ซีมานสกี้, ยาเช็ค โกรัลสกี้, คาโรล ลิเน็ตติ – ปิโอเตร เซียลินสกี้, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, อาร์คาดิอุส มิลิค

อิตาลี : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, คริสเตียโน่ บิรากี – มาร์โก แวร์รัตติ, จอร์จินโญ่, นิโกโล่ บาเรลล่า – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เฟเดริโก้ เคียซ่า, ลอเรนโซ่ อินซินเย่

ผู้ตัดสิน : ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)